fbpx
ประกันภัย » ประกันภัยโควิด-19

ประกันภัยโควิด-19

24 เมษายน 2021
210   0

 แตกต่างยังไง กับประกันสุขภาพทั่วไป

ประกันสุขภาพนั้น มีหลากหลายความคุ้มครอง โดยแต่ละประกันจะให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ดังนี้ 

  • ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD) ให้ความคุ้มครองในกรณีเกิดการเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุ และแพทย์วินิจฉัยว่า ต้องเข้ารับการรักษาตัวภายในโรงพยาบาล ซึ่งต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
  • ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) ให้ความคุ้มครองกรณีเกิดการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรง เช่น กรณีปวดหัว ตัวร้อน อุบัติเหตุเล็กๆ เป็นต้น หรือเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วแพทย์ได้ทำการรักษาวินิจฉัย และทำการจ่ายยา ให้กลับบ้านได้
  • ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง ให้ความคุ้มครองครอบคลุมโรคร้ายแรง เช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวสมอง ระบบหลอดเลือด หรือการบาดเจ็บที่ร้ายแรง เป็นต้น ซึ่งเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาเป็นระยะเวลานาน 
  • ประกัน โควิด -19 ให้ความคุ้มครองในกรณีที่คุณได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งความคุ้มครองนั้น จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับทางบริษัทประกัน มีเบี้ยประกันที่ถูก หลากหลาย และสามารถจับต้องได้

จะเห็นได้ว่า สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ รายละเอียดต่างๆ ของที่ประกันให้ความคุ้มครองแตกต่างกันออกไป และมีลักษณะการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าคุณสามารถซื้อประกันเหล่านี้เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในแง่การรักษาได้ ช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากยิ่งขึ้น

          แบบนี้ มีประกันสุขภาพแล้ว จำเป็นไหม ที่ต้องมีประกันโควิดเพิ่มเติม ? 

หลายคนอาจมองว่าการมีประกันสุขภาพก็เพียงพอแล้ว เพราะนอกจากจะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ค่าตรวจ หรือค่าห้องพัก บางประกันสุขภาพยังครอบคลุมไปถึง ค่ายา ค่าบริการต่างๆ ในโรงพยาบาล หรือแม้แต่ค่าชดเชยเมื่อขาดรายได้ขณะเจ็บป่วย

จริงอยู่ ที่ในสถานการณ์ปกติ ประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะเพียงพอต่อการรักษาพยาบาล แต่ในช่วงเวลาที่โรคโควิด-19 กำลังระบาด และวัคซีนกำลังพัฒนา ทำให้ประกันสุขภาพอาจไม่เพียงพออีกต่อไป 

โดยประกันโควิด-19 จะให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงไว้กับทางบริษัทประกันภัย ในกรณีที่คุณได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น

  • คุ้มครองเรื่องค่าตรวจหาเชื้อ โควิด-19
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าบริการทางแพทย์อื่นๆ 
  • รับเงินก้อนชดเชย เมื่อตรวจเจอไวรัสโควิด-19
  • คุ้มครองเมื่อต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 
  • คุ้มครองเมื่อเกิดภาวะโคม่าจากการติดเชื้อ หรือฉีดวัคซีน
  • บางกรมธรรม์ ให้ความคุ้มครองถึงอุบัติเหตุที่ถึงแก่ชีวิต

จะเห็นได้ว่า การทำประกัน โควิด-19 โดยเฉพาะ จะครอบคลุม คุ้มครองได้มากกว่าการถือประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญ เบี้ยประกันโควิดในหลายๆ บริษัทประกันภัย มีราคาที่จับต้องได้ มีรูปแบบการคุ้มครองที่หลากหลาย และเนื่องจากประกันโควิดเป็นลักษณะการต่อสัญญาแบบปีต่อปี คุณจึงไม่ต้องกังวลว่า เมื่อหมดโควิด-19 แล้ว จะไม่สามารถยกเลิกกรมธรรม์ที่ทำได้

แต่สิ่งที่หลายคนต้องระวัง คือ การที่หลายบริษัทประกันภัยมีเงื่อนไขว่า หากผู้ทำประกันจะต้องติดเชื้อมาก่อน การเบิกเคลมจะไม่ได้ผล ดังนั้นเราควรเลือกทำประกัน โควิด-19 ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ผลดีมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่ยังหายารักษาโรคโควิด-19 ให้หายขาดยังไม่ได้

ประกัน โควิด-19 แบบ เจอ จ่าย จบ

หนึ่งในรูปแบบประกันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ข้อดีของประกันนี้ คือ ให้ความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจำนวนเงินที่ได้ตกลงกันไว้ เมื่อตรวจพบโรคโควิด-19 บางแห่งอาจให้ความคุ้มครองชดเชยไปถึงเรื่องของรายได้ระหว่างพักรักษาตัวอีกด้วย โดยผู้ทำสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการรักษาพยาบาล หรือเก็บเป็นเงินก้อนไว้ชดเชยระหว่างที่ไม่มีรายได้ก็สามารถทำได้เช่นกัน

          เหมาะกับใคร : ประกันโควิด -19 เจอจ่ายจบ เหมาะสำหรับผู้ที่มีประกันสุขภาพวงเงินสูง, มีประกันโควิด-19 แบบอื่นอยู่แล้ว หรืออยากเพิ่มความอุ่นใจเรื่องเงินทองต่างๆ 

          ประกัน โควิด-19 แบบ คุ้มครองค่ารักษา

ให้ความคุ้มครองในค่ารักษาพยาบาล เมื่อผู้ทำประกันตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคโควิด-19 บริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตามจริง แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดเอาไว้ นอกจากนี้ บางบริษัทประกันยังให้ความคุ้มครองถึงหลักแสน หลักล้านบาท ในกรณีอาการโคม่า รวมถึงกรณีเสียชีวิต

          เหมาะกับใคร : ประกันโควิดคุ้มครองค่ารักษา เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลต่างๆ หรือไม่เคยมีประกันสุขภาพเป็นของตัวเองมาก่อน

          ประกัน โควิด-19 แบบ คุ้มครองการฉีดวัคซีน

ให้ความคุุ้มครองสำหรับการฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 หากมีอาการแพ้ หรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ จากการฉีดวัคซีน ทางบริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลในวงเงินที่ตกลงไว้ และหากมีอาการเจ็บป่วยหนักถึงภาวะโคม่า หรือเสียชีวิต จะได้รับความคุ้มครองเริ่มต้นหลักแสน ไปจนถึงหลักล้าน

          เหมาะกับใคร : ผู้ที่ยังกังวลในการฉีดวัคซีน และไม่สามารถหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนได้ 

          รวมโรคประจำตัว ที่เสี่ยงต่อชีวิต เมื่อติด โควิด-19

แม้จะมีรายงานว่า โควิด-19 ในบางรายนั้น มีอาการที่ไม่รุนแรง แต่ในกลุ่มคนที่เป็นผู้สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัวบางโรค หากติดเชื้อแล้วอาจเสี่ยงถึงชีวิตได้ ดังนี้ 

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด เชื้อไวรัสจะไปกระตุ้นให้อาการในกลุ่มโรคเหล่านี้รุนแรงมากขึ้น และจากผลการสำรวจที่ผ่านมา พบว่า มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 13.2%
  • โรคเบาหวาน เสี่ยงเสียชีวิตมากถึง 9.2% เพราะระดับน้ำตาลที่สูงขึ้นทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่มากขึ้น รุนแรงขึ้น และเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
  • โรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ขั้นที่ 3 – ขั้นที่ 5 ที่ต้องรักษาด้วยการฟอกเลือด หรือเป็นผู้ป่วยที่เปลี่ยนถ่ายไต
  • โรคปอดและทางเดินทางหายใจ  มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะโควิด-19 เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง และจะกระตุ้นอาการหอบหืด รวมไปถึงอาจทำให้เกิดโรคปอดบวม โรคร้ายแรงอื่นๆ และอาการทางระบบการหายใจให้รุนแรงขึ้น
  • โรคอ้วน โดยเฉพาะในโรคอ้วนชนิดรุนแรง หรือผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 40 ขึ้นไป หรือตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ในกรณ๊ของชาวเอเชีย เสี่ยงกับภาวะหายใจลำบากเฉียบพลันได้
  • โรคตับ เช่น โรคตับแข็ง, ผู้ป่วยปลูกถ่ายตับที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน, ผู้ป่วยภาวะที่มีตับอักเสบจากภูมิไวเกิน (AIH) และรวมไปถึงผู้ป่วยมะเร็งตับที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยคีโม
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคมะเร็ง, โรคเอดส์ ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือคนที่สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงในเกิดอาการรุนแรง เนื่องจากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

จะเห็นได้ว่า โควิด-19 เอง นอกเหนือจากความสามารถที่ส่งผลเสียระบบทางเดินหายใจต่างๆ แล้ว ยังเป็นอีกโรคที่กระตุ้นให้โรคต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นแสดงอาการเจ็บป่วยที่รุนแรง ส่งผลให้สุขภาพทางร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็วได้ นอกจากนี้ยังส่งผลถึงค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย 

ดังนั้น การเลือกทำประกันโควิด-19 ต่างๆ จะช่วยลดความกังวล และลดภาระที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้มาก ที่น่าสนใจคือ การทำประกันโควิด แม้มีโรคประจำตัว ก็สามารถทำได้

 เริ่มต้นเลือกซื้อประกันโควิดอย่างไรดี ?

          ประเมินวงเงินที่อาจจะต้องเสียระหว่างการรักษาพยาบาล

ลองเช็กดูก่อนว่า โรงพยาบาลต่างๆ นั้น มีค่าเฉลี่ยการรักษาพยาบาลเท่าไหร่ และเปรียบเทียบกับวงเงินประกันต่างๆ ของเรา ครอบคลุมหรือไม่ เช่น 

หากคุณมีประกันสุขภาพวงเงินสูง เอาอยู่ทุกค่ารักษา อาจจะเลือกทำประกันโควิดแบบจ่ายเป็นค่าชดเชยระหว่างพักรักษา หรือ ประกันโควิดแบบ เจอจ่ายจบ อาจจะคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าใครที่ยังไม่เคยซื้อประกันสุขภาพ หรือประกันสุขภาพเดิมมีวงเงินที่ไม่มาก การเลือกประกันโควิดที่เน้นความคุ้มครองเรื่องค่ารักษา จะช่วยได้มากกว่า

          ความคุ้มครองต่างๆ ที่ทางประกันมอบให้ 

เนื่องจากประกันโควิดนั้น มีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายความคุ้มครอง หากอยากเลือกประกันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด คุณอาจจะต้องดูความคุ้มครองต่างๆ ที่ทางบริษัทประกันจะมอบให้

เช่น คุณประกอบอาชีพอิสระ การเลือกประกันโควิดที่คุ้มครอง ชดเชยรายได้ระหว่างพักการรักษา อาจจะเหมาะกับคุณมากที่สุด หรือถ้าใครที่มีความกังวลเป็นพิเศษ การเลือกประกันโควิดที่ให้ความคุ้มครองกระทั่งกรณีเสียชีวิตในวงเงินที่สูง อาจจะตอบโจทย์ได้มากกว่า เป็นต้น 

ทั้งนี้ เปรียบเทียบความคุ้มครองต่างๆ ในแต่ละประกันให้ดี เพราะบางประกันอาจจะให้ความคุ้มครองได้ไม่ครอบคลุมตามที่ตั้งใจไว้ก็ได้

          เช็กคุณสมบัติต่างๆ ก่อนเสมอ

เพื่อความรวดเร็วในการทำประกัน ลดระยะเวลาการรอคอย (Waiting Period) หรือระยะเวลาที่ไม่คุ้มครองลง การเช็กคุณสมบัติต่างๆ ก่อนการทำประกันจึงจำเป็นมาก รวมไปถึงการเตรียมเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วน ที่สำคัญ อย่าลืมเช็กความคุ้มครอง เปรียบเทียบประกัน และเบี้ยประกันต่างๆ ก่อนตกลงทำประกันเสมอด้วยล่ะ

ตารางความคุ้มครอง

  • เงื่อนไขการรับประกันภัย
  • 1. รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1-100 ปี
    2. รับประกันภัยบุคคลสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
    3. ผู้เอาประกันภัยสามารถทำประกันภัยได้คนละ 1 ฉบับ
    4. ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี
    5. รับประกันภัยผู้เอาประกันภัยทุกอาชีพ รวมถึง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักศึกษาแพทย์ และผู้ที่ปฏิบัติงานในสนามบิน
  • ข้อยกเว้นสำหรับโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)​
  • 1. การลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19)
    2. สภาพทางการแพทย์ที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว
  • หมายเหตุ​
  • 1. กรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวมีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) 14 วัน
    2. ทายาทโดยธรรมเป็นผู้รับประโยชน์
    3. ในการคำนวณอายุ เศษของวันหรือเดือนให้ปัดขึ้น
    4. ควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
    5. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    6. เบี้ยประกันภัยดังกล่าวรวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว