fbpx
ข่าว » วิธีประหยัดค่าไฟฟ้า

วิธีประหยัดค่าไฟฟ้า

14 พฤษภาคม 2022
55   0

หน้าร้อนได้ชื่อว่าเป็นช่วงหฤโหดของการจ่ายบิลค่าไฟเสมอ และบิลค่าไฟแพง ๆ ก็มักจะมาแบบไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว ดังนั้นวิธีประหยัดไฟจึงเป็นเหมือนวิธีปกป้องเงินในกระเป๋าของเราไม่ให้จ่ายไปแบบง่ายๆ แบบไม่จำเป็น ทั้งวิธีประหยัดแอร์ วิธีลดค่าไฟแอร์ รวมถึงวิธีลดค่าไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ก็ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นทั้งนั้น และรู้หรือไม่ว่าการประหยัดไฟนั้นจริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราต้องใส่ใจรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

แนะนำ วิธีประหยัดค่าไฟ ช่วยลดค่าไฟอย่างได้ผล

เปิดแอร์ 27 องศาฯ พร้อมพัดลม ช่วยประหยัดไฟมากกว่าจริง

เรื่องนี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นนี้ด้วย กับข้อสงสัยที่ว่า “ควรเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 27 องศา พร้อมกับเปิดพัดลมตั้งพื้น ควบคู่กัน ช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศในห้อง และช่วยลดอุณหภูมิลงได้ประมาณ 2 องศา โดยจะช่วยให้ประหยัดไฟมากกว่าการเปิดแอร์ที่ 23-24 องศาอย่างเดียว”

รศ.ดร.เจษฎา ระบุว่า เป็นเรื่องจริง และตนก็มักจะใช้วิธีนี้ที่บ้านตัวเอง เป็นประจำด้วย หลักการคร่าวๆ คือ การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิสูง เช่น ที่ 27 องศาเซลเซียสนั้น แอร์จะกินไฟน้อยกว่าการเปิดเเอร์ที่อุณหภูมิต่ำ เช่น ที่ 23-24 องศา

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะส่วนคอยล์ร้อนหรือคอมเพรสเซอร์ของแอร์ จะทำงานน้อยลงเมื่อตั้งอุณหภูมิสูงขึ้น โดยคอมเพรสเซอร์จะทำงานไม่นาน ก็ตัดการทำงานเพราะอุณหภูมิลงไปถึงจุดที่ตั้งไว้แล้ว (27 องศาเซลเซียส) ทำให้แอร์กินไฟน้อยลงด้วย

ขณะที่การเปิดพัดลมเป่ามาที่ตัวเรา จะช่วยให้เรารู้สึกเย็นสบายขึ้นอีก จากกระแสลมที่มาปะทะตัว แล้วทำให้การแลกเปลี่ยนความร้อนออกจากร่างกายของเราเกิดได้ดีขึ้น 

แถมพัดลมตั้งพื้นนั้น กินไฟต่ำกว่าแอร์มากๆๆๆ คือใช้ไฟเพียงแค่ไม่กี่วัตต์เท่านั้น จะเปิดพัดลมเบอร์ 2 เบอร์ 3 หรือเปิดพัดลมเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ตัว ก็ยังกินไฟน้อยกว่าแอร์อยู่ดี

สรุปคือ การปรับอุณหภูมิของเครื่องแอร์ จากที่เคยตั้งไว้ 23-24 องศา มาเป็น 27 องศาพร้อมเปิดพัดลมตั้งพื้นเป่าตัว ช่วยให้เราประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น และอย่าลืมว่าให้หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์ ล้างแอร์เป็นประจำด้วยนะครับ

ประหยัดไฟ ในการซักผ้า

การซักผ้าไม่จำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นหรือร้อนในการซัก เพราะน้ำเย็นนั้นช่วยขจัดคราบได้ดีกว่าน้ำอุ่นหรือร้อน แถมทำให้เสื้อผ้ามีสีซีดจางจากการซักน้อยกว่าการซักด้วยน้ำอุ่นหรือร้อนอีกด้วย และข้อดีที่ดีที่สุดของการซักผ้าด้วยน้ำเย็นคือ ประหยัดค่าไฟ เพราะเครื่องซักผ้าไม่ต้องทำให้น้ำอุ่นหรือร้อนขึ้นก่อน

แทนที่จะซักผ้าทุกสัปดาห์ ทั้ง ๆ ที่ในตะกร้ามีผ้าเพียงไม่กี่ชิ้น ลองเปลี่ยนมาซักผ้าสองสัปดาห์ครั้ง หรือจนกว่าเสื้อผ้าจะเต็มตะกร้าแล้วค่อยซักดีกว่า ช่วยให้ลดจำนวนการซักผ้าต่อเดือนลงไป และแน่นอนช่วยลดการใช้น้ำและไฟฟ้าลงไป

ประหยัดไฟ เลือกใช้หลอดไฟให้ถูกประเภท

หลอดไฟที่ให้แสงสว่างแรง ๆ จริง ๆ แล้วคุณจะรู้สึกได้ว่าสิ่งที่คุณได้รับคือ “ความร้อน” มากกว่า “แสงสว่าง” นั่นเป็นเหตุผลที่คุณควรเลือกใช้หลอดไฟแบบแอลอีดี (LED) ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบหลอดไส้ ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดตะเกียบถึง 40% และอายุการใช้งานมากกว่าหลอดไฟแบบหลอดไส้ถึง 15 เท่า

ชนิดของหลอดไฟ

1. หลอดไส้ (Incandescent Lamp)

หลอดไฟที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน เรียกอีกชื่อว่า “หลอดดวงเทียน” เพราะสีของแสงคล้าย ๆ กับแสงเทียน มีทั้งชนิดแบบแก้ว และฝ้า วิธีการทำงานคือ กระแสไฟฟ้าจะผ่านไส้หลอดเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อน เมื่อไส้หลอดร้อนจะเปล่งแสงออกมา ข้อดีคือ มีขนาดเล็ก ข้อเสียคือ อายุการใช้งานสั้น และกินไฟมาก ทำให้ค่าไฟแพง

2. หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent tube)

หลอดหลูออเรสเซนต์ หรือหลอดเรืองแสง ตัวหลอดจะมีไส้โลหะทังสเตนติดอยู่ที่ปลายทั้ง 2 ข้างของหลอด ผิวภายในฉาบด้วยสารเรืองแสง โดยมีการใส่ไอปรอทไว้เล็กน้อย หลักการทำงานคือ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านปรอทแล้วคายพลังงานในรูปแบบรังสีอัลตราไวโอเลต เมื่อกระทบสารเรืองแสงที่ฉาบไว้ในหลอดก็จะเปล่งแสงออกมาข้อดีคือให้แสงสว่างมากกว่าหลอดไส้ถึง 5 เท่า อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ประมาณ 7-8 เท่า หรือประมาณ 6,000-20,000 ชั่วโมง

3. หลอดฮาโลเจน (Halogen)

พัฒนามาจากหลอดไส้ โดยใช้ก๊าซฮาโลเจนบรรจุภายในทำให้ทนทานกว่าหลอดไส้ปกติ จะให้ค่าความถูกต้องของสีถึง 100% เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างเป็นพิเศษ เช่น มุมอับของบ้าน ห้องทำงาน อายุการใช้งานประมาณ 1,500-3,000 ชั่วโมง

4. หลอดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ (Compact fluorescent)

หลอดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดตะเกียบ มีการทำงานคล้ายหลอดฟลูออเรสเซนต์ มีทั้งแบบที่มีบัลลาสต์ในตัว และแบบอยู่ภายนอก มีรูปร่างที่หลากหลาย เช่น แบบเกลียว แบบหลอด แบบหลอดสี่แถว โดยจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์

5. หลอด LED

หลอดไฟ LED (Light-Emitting Diode) มีหลักการทำงานจะต่างจากหลอดทั่ว ๆ ไป โดยแสงสว่างเกิดขึ้นจากการเคลื่อนของอิเล็กตรอนภายในสารกึ่งตัวนำ มีข้อดีหลายด้าน เช่น ไม่มีความร้อน เพราะไม่มีการเผาไส้หลอด อายุการใช้งานยาวนานถึง 50,000 ชั่วโมง ใช้วัตตน์น้อย แต่ให้แสงสว่างมาก แต่ถนอมสายตา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า