fbpx
บัตรเครดิต » สมัครบัตรเครดิต แบบ ส่งเอกสาร ออนไลน์ รอนานแค่ไหนมาดูกัน

สมัครบัตรเครดิต แบบ ส่งเอกสาร ออนไลน์ รอนานแค่ไหนมาดูกัน

13 เมษายน 2022
56   0

การสมัครบัติเครดิต สำหรับผ่อนสินค้า จองตั๋วเครื่องบิน จ่ายค่าสินค้า สามารถสมัครได้ แบบออนไลน์ ความนิยมในการสมัครบัตรเครดิตสักใบนอกจากโปรโมชันโดนใจแล้ว หลายคนยังดูที่ค่าธรรมเนียมรายปีกับการยื่นเอกสารสมัครง่ายๆ วันนี้หากคุณต้องการสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ไม่ต้องไปที่สาขา มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ใช้เวลานานแค่ไหนมาดูกัน

5 ข้อควรระวังในการสมัครบัตรเครดิตออนไลน์

การสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ มีข้อควรระวังดังนี้

1. ไม่ควรสมัครบัตรเครดิตออนไลน์กับเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

การกดคลิกสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ควรให้ข้อมูลส่วนตัวกับเว็บไซต์สถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ต้องตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่คุณกำลังจะกรอกข้อมูลนั้นเป็นเว็บของสถาบันการเงินนั้นโดยตรง โดยดูจากตัวย่อของธนาคารบน URL หากไม่แน่ใจควรโทรศัพท์สอบถาม Call Center ของธนาคาร

2. จดจำบัตรที่สมัคร รอรับสายจากเจ้าหน้าที่

เมื่อสมัครบัตรเครดิตกับค่ายใดก็ตาม ควรจำให้ได้ว่าเป็นบัตรของสถาบันการเงินใด ป้องกันมิจฉาชีพโทรศัพท์มาหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว

3. ขอรหัสเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ

ทุกครั้งที่มีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ผู้สมัครบัตรเครดิตมีสิทธิ์โทรศัพท์เพื่อตรวจสอบกับต้นสังกัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ตัวจริงจะแจ้งเลขรหัสพนักงาน เมื่อผู้สมัครบัตรเครดิตนำเลขนี้ไปสอบถามกับ Call Center ธนาคาร ก็จะทราบได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่นั้นจริง

4. เตรียมเอกสารให้ครบ รอรับสายจากเมสเซนเจอร์

เมื่อนัดหมายกับเจ้าหน้าที่รับเอกสารแล้ว ก็ต้องตรวจสอบว่าเตรียมเอกสารครบหรือไม่ และรอรับสายจากเมสเซนเจอร์เพื่อบอกทาง และนัดหมายรับเอกสาร

5. เซ็น “สำเนาถูกต้อง เพื่อสมัครบัตรเครดิตกับ…เท่านั้น”

ไม่ควรส่งสำเนาเอกสารสำคัญเปล่าๆ โดยไม่เซ็นกำกับ ผู้สมัครบัตรเครดิตควรเซ็นกำกับ “สำเนาถูกต้อง เพื่อสมัครบัตรเครดิตกับ….เท่านั้น” พร้อมลงชื่อ ป้องกันการนำเอกสารไปใช้ปลอมแปลง

8 เหตุผลสุดฮิต ที่โดน Reject การสมัครบัตรฯ มากที่สุด

. มีประวัติการค้างชำระหนี้อยู่ในเครดิตบูโร

ด่านแรกที่ทุกคนต้องเจอก็คือ การตรวจสอบประวัติทางการเงินกับ “บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อสั้นๆ ว่า “เครดิตบูโร” ว่าเรามีประวัติทางการเงินที่ดีหรือไม่โดยทางเครดิตบูโรจะทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเครดิต ซึ่งมีทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ดีและไม่ดีของเรา ตามที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งส่งข้อมูลมาให้ทุกๆ เดือน หากทางสถาบันการเงินที่เราไปยื่นสมัครบัตรเครดิต ตรวจพบว่าเรามีประวัติการค้างชำระหนี้ หรือมีการผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่นๆ มาก่อน ก็อาจปฏิเสธการสมัครนั้น

รายได้ประจำไม่ถึงเกณฑ์ที่แบงค์ชาติกำหนด

จากที่เราทราบกันอยู่แล้วว่า การที่จะสมัครบัตรเครดิตหรือสมัครขอสินเชื่อใดๆ ก็ตาม ผู้สมัครจะต้องมีรายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน หรือ 180,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ของแบงค์ชาติ แต่อาจมีบางสถาบันการเงินที่ระบุว่าเพียงมีรายได้ตั้งแต่ 10,000 บาท ต่อเดือน ก็สามารถยื่นใบสมัครบัตรเครดิตได้ แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่บัตรเครดิตจะได้รับการอนุมัติค่ะ อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมากๆ ในส่วนของเงินเดือนก็คือ แหล่งที่มาของเงินเดือน พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ทางธนาคารจะตรวจสอบว่าคุณมีรายได้มาจากอะไร และผ่านช่องทางใด ซึ่งสำหรับคนที่ได้รับเงินเดือนโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารอัตโนมัติทุกๆ เดือน ก็จะสามารถพิสูจน์แหล่งที่มาของรายได้ได้ง่าย และมีน้ำหนักมากกว่าคนที่ได้รับเงินเดือนเป็นเงินสด

บางกลุ่มอาชีพมีรายได้ไม่แน่นอน

ข้อนี้จะเกี่ยวเนื่องจากข้อ 2 ค่ะ หากสังเกตคุณสมบัติของผู้สมัครบัตรเครดิตที่ถูกกำหนดไว้ในส่วนของอาชีพก็คือ พนักงานราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน และเจ้าของกิจการ ซึ่งโดยส่วนใหญ่กลุ่มอาชีพเหล่านี้มักจะได้รับเงินเดือนโดยการโอนผ่านบัญชีธนาคาร ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ค้าขาย หรือฟรีแลนซ์ จะเป็นอาชีพที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน เพราะในแต่ละวันอาจมีรายได้มากหรือน้อยแตกต่างกันไป และเงินที่ได้รับก็เป็นเงินสด ทำให้โอกาสในการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตนั้นมีน้อยกว่ากลุ่มอาชีพพนักงานบริษัท

 เบอร์โทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

นอกจากเบอร์โทรศัพท์มือถือที่เป็นข้อมูลสำคัญอย่างในหนึ่งในการสมัครบัตรเครดิตแล้ว ยังต้องระบุเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานทั้งของที่บ้านและที่ทำงาน ซึ่งถ้าหากใครไม่มีเบอร์บ้าน ก็ต้องระบุเบอร์ที่ทำงานลงในใบสมัครด้วยค่ะ เพราะทางธนาคารนั้นต้องการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นบุคคลล่องลอย และสามารถติดต่อได้ง่าย เมื่อผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในขั้นตอนแรกแล้ว ทางธนาคารจะต้องมีการโทรหาผู้สมัครเพื่อยืนยันข้อมูล ถ้าหากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อได้ภายใน 1 – 3 ครั้ง ก็อาจถูกปฏิเสธการสมัครได้เช่นกัน

 เอกสารไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน

อีกเรื่องหนึ่งคือ เอกสารที่ใช้ในการสมัคร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องใส่ใจทุกรายละเอียดในการกรอกข้อมูลลงในใบสมัครฯ เช่น

  • ลายเซ็นของผู้สมัครต้องเหมือนกันทุกจุด
  • ต้องระวังไม่ให้มีรอยลบหรือรอยขีดฆ่าเยอะจนเกินไป และไม่ควรใช้น้ำยาลบคำผิด
  • หากต้องการแก้ไขจุดที่ผิดพลาด ควรขีดฆ่าและเซ็นชื่อกำกับทุกครั้ง
  • ควรกรอกข้อมูลด้วยลายมือตัวบรรจง อ่านง่าย และกรอกครบทุกช่องที่เว้นไว้ เพื่อความถูกต้องของข้อมูลผู้สมัคร

นอกจากนั้น เอกสารแนบอื่นๆ ก็มีส่วนสำคัญ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนต้องชัดเจน ไม่ดำหรือเข้มจนเกินไป จนมองไม่เห็นหน้าผู้สมัคร สำเนาหน้าสมุดบัญชีต้องมองเห็นตัวเลขบัญชีชัดเจน สำเนา Statement ต้องครบทั้ง 3 – 6 เดือน ย้อนหลัง ตามที่ทางธนาคารกำหนด หรือสลิปเงินเดือนย้อนหลังต้องไม่เกิน 3 เดือน เป็นต้น ซึ่งถ้าผู้สมัครส่งเอกสารไม่ครบถ้วนก็อาจเกิดการ Reject ใบสมัครได้

เคยสมัครบัตรเครดิตแล้วถูกปฏิเสธ หรือมีบัตรแล้วแต่ยกเลิก ยังไม่ถึง 6 เดือน

ข้อนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

  • เคยสมัครบัตรเครดิตไปแล้วแต่ไม่ผ่าน จะต้องรอ 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ทำการสมัครบัตรครั้งแรก
  • เคยสมัครบัตรเครดิตและได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว แต่ยกเลิกบัตรไป กรณีนี้ต้องรอ 6 เดือนเช่นกัน จึงจะทำการสมัครใหม่ได้อีกครั้ง เนื่องจากเป็นนโยบายของทางธนาคารที่ต้องการประหยัดต้นทุนในการจัดทำบัตรเครดิต และเพื่อเป็นการป้องกันผู้สมัครบางท่านที่อาจทุจริต ใช้การสมัครบัตรเครดิตเพื่อรับของกำนัลหรือโปรโมชั่นสำหรับผู้สมัครบัตรเครดิตรายใหม่นั่นเอง

มีวงเงินสินเชื่ออื่นๆ อยู่แล้ว จนเกินความสามารถในการชำระหนี้

สมมติว่าผู้สมัครมีสินเชื่ออื่นๆ (ที่ไม่ใช่บัตรเครดิต) อยู่แล้ว เช่น กู้ซื้อบ้าน ผ่อนรถยนต์ ฯลฯ ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน เพราะภาระหนี้สินที่มีอยู่ในขณะนั้นอาจเกินความสามารถในการชำระหนี้ของคุณไปแล้วก็ได้ค่ะ โดยที่ทางธนาคารแต่ละแห่งจะตรวจสอบภาระหนี้สินทั้งหมดของแต่ละคนที่ผ่านเข้ามาในเครดิตบูโร เพื่อดูความน่าจะเป็นในการชำระหนี้ที่กำลังจะเพิ่มเข้ามาอีกได้ ก่อนที่จะทำการอนุมัติบัตรเครดิตนั่นเอง

ไม่เคยมีประวัติบัตรเครดิต หรือการขอสินเชื่อที่ไหนมาก่อน

หลายคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ! ในเมื่อเรายังไม่เคยสมัครบัตรเครดิตหรือขอสินเชื่อกับที่ไหนมาก่อน ก็น่าจะเป็นข้อดีที่ประวัติเรายังไม่เสียหายอะไร เมื่อเทียบกับคนที่ติด Black List หรือมีประวัติไม่ดีในข้อมูลเครดิตบูโรใช่มั้ยคะ? แต่นั่นอาจไม่ใช่ผลดีสำหรับสถาบันการเงินใหญ่ๆ สักเท่าไรค่ะ เพราะทางธนาคารจะไม่สามารถเช็คประวัติข้อมูลทางการเงินของเราได้ ซึ่งเท่ากับว่าไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของการเป็นผู้ถือบัตรเครดิตได้ ก็อาจปฏิเสธการสมัครของเราได้เช่นกัน แนวทางแก้ไขก็คือ ลองสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารหรือสถาบันการเงินเล็กๆ หรืออาจจะสมัครเป็นบัตรเสริม เพื่อให้ข้อมูลของเราไปอยู่ในเครดิตบูโรเสียก่อน แล้วค่อยๆ สะสมเครดิตดีไปเรื่อยๆ เพียงเท่านี้การเป็นผู้ถือบัตรเครดิตหลักก็อยู่ไม่ไกล

สมัครบัตรเครดิต กี่วันอนุมัติ มาดูกัน

บัตรเครดิต ซิตี้

รับเครดิตเงินคืน 2,000 บาท* พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมฯ ปีแรก

เพียงมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 5,000 บาท ภายใน 30 วันหลังจากได้รับบัตรฯ และสมัครรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ภายในรอบบัญชีแรก

1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 65

การสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ของ ซิตี้ ใช้เวาลารวม ประมาณ 3 วัน ถือว่าเร็วมาก การติดต่อจากเจ้าหน้าที่ หลังกรอกข้อมูลส่วนตัวผานระบบออนไลน์แล้ว

บัตรเครดิต ธนาคารกรุงไทย ktc

รับคะแนน KTC FOREVER x3 เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบทุก 300,000 บาท
ในหมวดร้านอาหาร ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ในประเทศไทย และการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ 
(ยกเว้น 31 ประเทศในเขตเศรษฐกิจยุโรป และสาธารณรัฐประชาชนจีน) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 65 – 31 ธ.ค. 65

🔥 บัตรเครดิตซิตี้ เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ขึ้นไป ก็สมัครได้ใช้แป๊ปๆ เครดิตเงินคืน คะแนนสะสมเพียบ เอาไว้แลก ลด รัวๆ! สมัครเลย 💳 บัตรเครดิตซิตี้ รีวอร์ด #เน้นสะสมคะแนนไว้แลกลด!🔥✔ รับคะแนนสะสม 5 เท่า สำหรับการใช้จ่ายออนไลน์ที่ Rabbit LINE Pay | Lazada | Shopee และ e-wallet*💳 บัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก #เน้นรับเครดิตเงินคืน!🚅✔ รับเครดิตเงินคืน 10% ที่รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และคาเฟ่ อเมซอน💳 บัตรเครดิตซิตี้ พรีเมียร์ #เน้นช้อปคุ้ม! 💰✔ รับพ้อยท์ 4 เท่า ที่ Lazada, Shopee, Foodpanda, Grab และ LINE MAN ในประเทศไทย✔ ลดเพิ่มสูงสุด 15% เมื่อช้อปห้าง 🔔 พิเศษ เวลาจำกัด! สมัครบัตรฯรับเครดิตเงินคืน 2,000 บาท* สำหรับลูกค้าใหม่ เมื่อสมัครบัตรเครดิตซิตี้ ออนไลน์ที่นี่เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. – 31 ต.ค. 65👨‍⚕️ พนักงานประจำ ต้องมีฐานเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน เท่านั้น*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า