fbpx
เกษตร ผ่าวิกฤติ » เปรียบเทียบราคา ขนมแมวเลีย นำเข้า จากแหล่งออนไลน์

เปรียบเทียบราคา ขนมแมวเลีย นำเข้า จากแหล่งออนไลน์

18 เมษายน 2022
34   0

ทาสแมวต้องรู้! ประโยชน์ของขนมแมวเลียที่เจ้าเหมียวโปรดปราน เก่งมาจากไหนก็แพ้ขนมแมวเลีย ไม่ว่าจะเป็นแมวระดับบอสหรือแมวลูกกระจ๊อก ทาสแมวอย่างเราก็สามารถสยบได้ เพียงแค่ฉีกซองขนมแมวเลียขึ้นมา ทำให้เหล่าบรรดาเจ้านายสามัคคีชุมนุมรุมอาหารแมวเลียกันใหญ่ จากความชื่นชอบนี้ทำให้ทาสแมวขี้ระแวงอย่างเรา ๆ อดคิดไม่ได้ว่า ของอร่อยอย่างนี้ มีโภชนาการดีหรือเปล่า?

คุณค่าทางอาหาร

ขึ้นชื่อว่า “ขนม” ทาสแมวหลายคนก็กังวลเรื่องสุขภาพของเจ้าเหมียวว่าจะได้กินของที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร หรือกินมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ ข้อกังวลนี้ถูกต้องเพียงบางส่วนเท่านั้น

แม้ว่าขนมแมวเลียจะถูกออกแบบมาเพื่อหลอกล่อเจ้าเหมียวให้ติดกับความอร่อย และยอมเป็นมิตรกับมนุษย์ แต่ปัจจุบันก็มีผู้ผลิตหลายเจ้าได้ใส่สารอาหารที่มีคุณค่าลงไปในขนมแมวเลีย ไม่ว่าจะเป็นทอรีนที่ช่วยบำรุงสายตา แคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง สังกะสีที่ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขนให้นุ่มสลวยเงางาม เรียกได้ว่าอร่อยแถมมีประโยชน์ด้วย

วิธีเลือกให้ถูกปากและให้ประโยชน์มากที่สุด

ขนมแมวเลียก็เหมือนสินค้าสำหรับแมวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ “อะไรก็ได้” แต่ต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และคุณภาพการผลิตอื่น ๆ ซึ่งเรามีวิธีเลือกในเบื้องต้น ดังนี้

  • เลือกจากรสชาติที่เจ้าเหมียวชอบ แมวแต่ละตัวมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น บรรดาทาสแมวจะต้องลองสังเกตว่าแมวของเราชอบอาหารรสชาติไหนมากกว่ากัน แต่ก็มีเหมือนกันที่แมวบางตัวจะชื่นชอบไปเสียทุกรสชาติ
  • เลือกสารอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของเจ้าเหมียว ทาสแมวอย่างเรา ๆ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นขนม ก็ต้องเป็นขนมที่มีประโยชน์ และมีคุณค่าสารอาหารที่เหมาะสมกับแมวของเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียมและฟอสฟอรัสช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน เบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงสายตา ไฟเบอร์ช่วยบำรุงระบบขับถ่าย ดีเอชเอช่วยบำรุงระบบประสาท สังกะสีที่มาช่วยบำรุงผิวหนังและขน หรือทอรีนที่ช่วยบำรุงสายตา
  • อย่าเลือกขนมและอาหารแมวที่หมดอายุ ไม่ว่าจะเพิ่งหมดอายุหรือมีราคาถูกแค่ไหน เพราะอาหารเหล่านี้คุณค่าทางอาหารได้เริ่มสูญสลายลงไป แต่หากบูดเสียก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมของเจ้าเหมียวได้
  • อย่าเลือกส่วนผสมที่เจ้าเหมียวของเราแพ้ แมวก็เหมือนกับคน ที่มีอาการแพ้อาหารได้เช่นเดียวกัน แมวบางตัวแพ้ไก่ เมื่อกินอาหารที่มีส่วนผสมของไก่ก็จะมีอาการท้องเสีย อาเจียน ขนร่วง หรือคัน เจ้าของจึงควรสังเกตอาการต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยง
  • อย่าเลือกส่วนผสมที่กระทบต่อสุขภาพ สำหรับแมวบางตัวที่มีโรคประจำตัว เราจะต้องระมัดระวังการเลือกอาหารหรือขนมมากขึ้น โดยเลือกอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของเกลือและวัตถุกันเสียเป็นส่วนประกอบ เพราะอาจทำให้กระทบต่อสุขภาพของเจ้าเหมียวได้

เรื่องควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับขนมแมวเลีย

หากว่าเจ้าเหมียวมีโรคประจำตัว มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ หรืออายุมาก เราควรจะระมัดระวังการให้ขนมแมวเลียเป็นพิเศษ โดยดูส่วนประกอบของอาหารและพลังงานต่อซองก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย หรือหากไม่มั่นใจ ควรสอบถามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน

ปริมาณการให้ขนมแมวเลียที่เหมาะสม

การคำนวณปริมาณขนมที่เหมาะสมต่อวัน สำหรับแมวแข็งแรง (ไม่มีโรคประจำตัว) และหุ่นดี (ไม่ผอมจนเห็นกระดูกซี่โครง แต่ก็ไม่อวบจนคลำไม่เจอกระดูกซี่โครง และยังสามารถมองเห็นเอวได้เมื่อมองจากมุมสูง) จะสามารถได้รับพลังงานจากขนม หรือของกินเล่นอื่น ๆ ได้ไม่เกิน 10% ของพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน และอีก 90% ที่เหลือ ควรเป็นพลังงานที่ได้รับจากอาหารหลัก ซึ่งมีสารอาหารครบถ้วน

การคำนวณพลังงานที่ต้องการในแต่ละวัน จะเริ่มจากการคำนวณพลังงานที่ต้องการในขณะพัก (Resting Energy Requirement: RER, kcal/day) = 70 x น้ำหนักตัว(kg)0.75  หรือ (30 x น้ำหนักตัว kg) + 70 (ค่าที่ได้จาก 2 สูตรนี้ อาจแตกต่างกันเล็กน้อย) จากนั้นจึงนำ RER ที่ได้ไปคำนวณพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละตัว (Daily Energy Requirement: DER) ซึ่งเบื้องต้นจะพิจารณาจากอายุ สถานะการทำหมัน พฤติกรรม(ซนหรือนอนเยอะ) ดังนี้

  • ลูกแมว (วัยกำลังโต) พลังงานที่เหมาะสมคือ 2.5 x RER
  • แมวโตเต็มวัย ทำหมันแล้ว พลังงานที่เหมาะสมคือ 1.2 x RER
  • แมวโตเต็มวัย ยังไม่ได้ทำหมัน พลังงานที่เหมาะสมคือ 1.4 x RER
  • แมวยังไม่อ้วน แต่อ้วนง่าย (เอาแต่นอน ไม่ค่อยออกแรง) พลังงานที่เหมาะสมคือ 1.0 x RER
  • แมวอ้วนที่ต้องลดน้ำหนัก พลังงานที่เหมาะสมคือ 0.8 x RER

ดังนั้นถ้าต้องการหาปริมาณขนมแมวเลียที่กินได้ต่อวัน จะต้องพิจารณาปริมาณพลังงาน (แคลอรี) ต่อหนึ่งซอง อย่าเพิ่งเชื่อมั่นปริมาณที่ควรบริโภค/วัน ที่ระบุในฉลาก เพราะบางครั้งปริมาณนั้นหมายถึงพลังงานทั้งหมดที่เจ้าเหมียวจะได้รับต่อวัน (คือกินแต่ขนมแมวเลียตามจำนวนที่ระบุ โดยไม่ต้องกินอาหารอื่น พลังงานก็เกือบจะเกินแล้ว) 
การให้กินขนมมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกินตามมา และจะนำโรคต่าง ๆ มาสู่เจ้าเหมียวมากมาย เช่น เบาหวาน โรคกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง ไปจนถึงมะเร็งบางชนิด หรือบางรายที่ให้กินขนมแมวเลียบ่อยเกินไป (มากกว่า 2-3 ครั้ง/สัปดาห์) อาจก่อให้เกิดปัญหาเลือกกิน และปฏิเสธอาหารหลัก ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับโภชนาการที่ไม่เหมาะสมตามมา เพราะขนมไม่ใช่อาหารหลัก สิ่งที่ได้จากขนมหรือของว่าง คือความอร่อยและพลังงาน จึงไม่สามารถใช้แทนอาหารหลักได้ 

อย่างไรก็ตาม ขนมแมวเลียสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการหลอกล่อให้เจ้าเหมียวออกกำลังกายได้ และเหมาะสำหรับใช้เพื่อให้เป็นรางวัล หรือเพื่อปลอบใจหลังจากเจ้าเมียวเพิ่งผ่านศึกสำคัญอย่างราบรื่น เช่น อาบน้ำ ตัดเล็บ เช็ดหู แปรงฟัน ป้อนยา หรือไปหาหมอ และเพื่อป้องกันการตกเป็นทาสแมวอย่างสมบูรณ์ ให้ระมัดระวังการให้ขนมแมวเลีย โดยไม่ควรให้ในทันทีเมื่อเจ้าเหมียวเรียกร้อง หรือร้องขอ และไม่ให้ในบริเวณที่กำหนดไว้ว่าเป็นบริเวณที่แมวห้ามเข้า

เปรียบเทียบราคา ขนมแมวเลีย ตามแหล่งร้านค้าออนไลน์

tinkerbell ขนมแมวเลีย หลากหลายรสชาติ ไม่ติดเค็ม

ขนมแมวเลีย​รสชาติอร่อยถูกใจน้องเหมียว ชอบมาก

เพราะสินค้าไม่แต่งสีและกลิ่น แมวบางตัวติดเค็มไปแล้วอาจจะไม่ชอบค่ะวันที่ระบุบนห่อคือวันผลิตนะคะไม่ใช่วันหมดอายุอายุสินค้าอยู่ได้หลังจากวันผลิต12เดือนค่ะ

฿2.70

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า